เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พาแม่ไปทำบัตรประชาชนใหม่ เนื่องจากใบเก่าที่ใช้มาก็นานปีแล้วมันหมดอายุพอดี  ผมไปถึงสำนักงานทะเบียนท้องถิ่นของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีในเวลา 8 โมงกว่าๆ
 
เมื่อไปถึงก็เห็นว่ามีคนมายืนรออยู่ที่หน้าประตูสำนักงานกันหลายสิบคนแล้ว ทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กตัวน้อยตัวจ้อยที่ตื่นเต้นที่จะได้มาทำบัตรประชาชนเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุ 7 ขวบ (Laughing) ไอผมกับแม่ก็เห็นเขายืนรอต่อแถวกันดีก็ไปรอกับเขาด้วย โดยไม่ได้คิดอะไร...เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที...ทุกคนก็ยังรอกันอยู่เหมือนเดิม จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า "ทำไมไม่เข้ากันไปครับ ยังไม่เปิดอีกเหรอ" พร้อมๆกับที่พูดเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ผลักประตูเปิดเข้าไป...แล้วทุกคนก็กรูกันเข้าไปเพือจะได้รีบทำบัตร
 
เมื่อผมได้เข้าไปข้างในก็พบว่าเจ้าหน้าที่ก็นั่งยิ้มแย้มแจ่มใสกันพร้อมเพรียงอยู่แล้ว...นี่เองที่ทำให้ผมเกิดคำถาม
ที่ต้องนำมาคิดแล้วคิดอีกว่า
 
"ทำไมหนอ...เจ้าหน้าที่ถึงไม่ออกมาบอกประชาชนด้านนอกที่รออยู่ว่า 'เข้ามาได้แล้ว' แล้วก็ทำไมหนอประชาชนที่รออยู่ด้านนอกถึงไม่มีใครกล้าที่แม้แต่จะเปิดประตูเข้าไปเพื่อที่จะถามว่า เปิดบริการแล้วหรือยังครับ ถ้ายังไม่เปิดก็จะได้รู้กันไป"

 

หรือว่านี้คืออาการหนึ่งที่คนไทยยังคงหวาดกลัว "สถานที่ราชการ" และอาการที่ข้าราชการไทยยังไม่ทำหน้าที่ "บริการประชาชน" อย่างแท้จริง แต่ถ้าคิดอย่างเป็นกลางไม่กล่าวโทษใครอาจจะเป็นเพราะว่าก่อนช่วงที่ผมจะไปถึงมีเจ้าหน้าที่มาบอกให้รอก่อน หรืออาจจะเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ด้านในก็กำลังติดภาระวุ่นวาย และกำลังจะออกมาบอกว่าให้เข้าไปได้แล้วเมื่อเสร็จภาระ หรืออะไรต่างๆนานาอีกร้อยแปดพันประการที่อาจเป็นสาเหตุของเหตุการณ์นั้น

แต่นี่ก็อดที่จะทำให้ผมเกิดความสนใจต่อปรากฏการณ์นี้เป็นอย่างมากและคิดแล้วคิดอีกอีกหลายตลบ 


edit @ 22 Oct 2011 11:20:15 by PATIPAT

I'm back!

posted on 26 Sep 2011 08:05 by p-patipat
กลับมาเล่น exteen แล้วครับ
ประกาศอีกครั้งครับ
กลับมาแล้วนะครับ

"ดีใจและเหวอนิดๆ"  นี่คือความรู้สึกแรกหลังจากรู้ผลแอดมิชชัน 

 

คุณมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 
สิ้นสุดสักทีสำหรับการต่อสู้และการรอคอยที่แสนบีบคั้นจิตใจมาตลอดเกือบสี่เดือน

 

ประกาศผลแล้วคงต้องเตรียมตัวไปสอบสัมภาษณ์อีกล่ะ  ด่านต่อไปที่ต้องฝ่าฟัน
แต่ไม่หวั่นเกรงเพราะเขาไม่ค่อยตกสัมภาษณ์กัน
(เอ๊ะ หรือเราจะเป็นคนแรกที่ตกสัมภาษณ์---ไม่หรอกมั้ง)

 

เริ่มต้นขั้นตอนแรกด้วยการตรวจร่างกาย  ตามเอกสารการตรวจร่างกายของศิลปากรบอกไว้
ว่าให้ตรวจกับโรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง
(ตีความเอาเองว่ามันคือ โรงพยาบาลเอกชน)  ก็จัดการไปตรวจซะเลย 
ก็ไม่มีอะไรมากมายไปยื่นจินตนาการว่าตัวเองเป็นเป็ดอยู่ประมาณสองวินาที
เขาก็เอกซเรย์เสร็จแล้ว งงมาก กับคุณหมอถามคำถามสองสามคำถาม เป็นอันเสร็จพิธี

 

กำหนดสอบสัมภาษณ์วันที่ 12 พฤษภาคม ไปถึงนครปฐมวันที่ 11 หลังจากจัดการเรื่องหอพักเรียบร้อย
ก็เข้าพักที่โรงแรมนอนรอพรุ่งนี้เช้า
เช้าวันที่ 12 --- ฝนตกตั้งแต่เช้า
ว้าว อยู่สุราษฎร์ฯฝนไม่ตกนานมากแล้ว มานครปฐมวันที่สอง ฝนตกแล้ว    
พ่อก็พาไปส่งที่คณะ(นัดเจอกับเพื่อนที่มาจากร.ร.เดียวกันไว้)      
มีพี่ๆคอยแนะนำตั้งแต่บันไดขั้นแรกกันเลยทีเดียว  
ตอนไปถึงก็มีเพื่อนร่วมสัมภาษณ์มากันเต็มใต้อาคารแล้ว
ได้ยินพี่บอกให้ไปตรวจชื่อที่บอร์ด เราก็ไปดูเรียบร้อย โอเค ข้อมูลถูกต้อง    

จากนั้นพี่ๆก็มาต้อนให้ขึ้นไปชั้น 2 (ผู้ปกครองรอด้านล่าง)    
แจกเอกสารสอบถามข้อมูลประกอบการสัมภาษณ์ ก็มีให้กรอกเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว
คำถามเล็กๆน้อยๆ 
 หลังจากขึ้นไปชั้นสองแล้ว ก็ไปรวมกันที่ห้องประชุมเทพยสุวรรณ (ขออภัยถ้าจำชื่อผิด)
ไปกรอกเอกสาร เตรียมหลักฐานให้เรียบร้อย
ใครกรอกเสร็จก็นั่งรอไปสัมภาษณ์---ตื่นเต้นซะ (ตอนนั้นคุยกับคนข้างๆด้วยคนนึง)

 

ตอนไปสัมภาษณ์ก็ส่งหลักฐานหน้าห้องสัมภาษณ์ เสร็จเรียบร้อยก็เข้าห้องสัมภาษณ์  
เป็นห้องใหญ่ๆมีอาจารย์นั่งอยู่รอบห้องเต็มไปหมด 
เราก็เดินไปหาอาจารย์คนที่ว่าง (อาจารย์ผู้ชาย)
อาจารย์ก็ชวนคุยเป็นกันเองซะมากกว่า --- โล่งไป สบายใจ หายเครียด ---

 

หลังจากสัมภาษณ์พี่ก็ให้กรอกใบประวัติ แล้วก็พาไปทำกิจกรรมสนุกๆ ย้ำว่า สนุก ฮาด้วย น่ารักๆ
ประทับใจ
Something Special!! ที่พี่ๆเตรียมมาแสดงให้ดูมาก สุดๆไปเลย
และแล้วการสอบสัมภาษณ์ก็ผ่านไปด้วยดี...
ตอนนี้ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่ “สวรรค์ที่อักษร...บ้านสีฟ้า หลังคาสีเขียว”
 

 

edit @ 16 May 2010 15:34:21 by PATIPAT

edit @ 16 May 2010 15:40:53 by PATIPAT